0010 : [Day 1] Hokkaido Road Trip [2-3 Oct 2013]

Wed 30/10/13 at 16:29 1 comment

ไหนๆก็ไปมาแล้ว เขียนรีวิวทริปสักหน่อยล่ะกัน จริงๆก็มีข้อดีการเขียนเหมือกันนะ เวลาผ่านไปนานๆพอมาย้อนกลับมาดู หลายอย่างเราก็ลืมเลือนไปแล้ว พอมาดูเออ..จำได้เคยไปตรงนี้รู้สึกแบบนี้ คนอื่นก็ได้ประโยชน์ด้วยเวลาอยากจะไปเที่ยวเองก็ได้ข้อมูล เวลาใครมาถามก็มาอ่านที่blogเราเลยด้วย อิอิ

เริ่มเลยล่ะกัน ฮอกไกโด ในตอนเริ่มต้นไม่เคยอยู่ในหัวเลยว่าจะไปเที่ยวที่นี่ เพราะว่าน้องชายกะน้องสะใภ้เคยไปบอกว่า ไม่มีอะไรเลย 5555 2คนนี้เค้าขาช็อปปิ้งแบรนด์เนม จนมาถึงเห็นพี่หนึ่ง blogger Ichio’s blog http://phongthon.blogspot.com/ รีวิวขับรถเที่ยวฮอกไกโด ก็ว้าวมาก คือ ปกติผมเป็นคนชอบขับรถเที่ยวอยู่แล้ว พอได้เห็นทัศนียภาพบรรยากาศของฮอกไกโดก็คิดว่าชีวิตนี้คงพลาดไม่ได้ แล้วก็ประจวบเหมาะจริงๆ ประเทศญี่ปุ่นยกเลิกการทำวีซ่าสำหรับคนไทยที่มาเที่ยว คือ มีพาสปอร์ตก็ไปได้เลย แล้วการบินไทยก็มีเที่ยวบินตรงไปลงเมืองซัปโปโร ก็ไม่ต้องไปต่อเครื่องให้วุ่นวาย มีโปรฯราคาไม่แพงพอดีด้วย ตั๋วไปกลับรวมทุกอย่างตกคนล่ะ  19,055 บาทเอง ตอนแรกก็ชั่งใจเหมือนกันว่าจะจัดทริปเอง หรือซื้อทัวร์ไปก็สะดวก เช็คราคาเช็คจำนวนวันที่ไปแล้ว คิดว่าจัดทริปเองประหยัดกว่ากันเท่าตัว สนุกกว่าด้วย ก็เอาจองตั๋วเลย สัก 10 วัน 2-12 ตคแล้วค่อยมาplan trip จองโรงแรมเอาทีหลัง ตอนแรกก็สองจิตสองใจว่า จะเที่ยวยังไงดี ก็ศึกษาดูเมืองดูรีวิวทริปต่างๆว่าใน ฮอกไกโดที่ไหนมัน highlight บ้าง แล้วก็เอาให้ขับรถแบบไม่เกินกำลังมากนักคือ มากสุดวันนึง 200กว่าโล จะขึ้นเหนือหรือลงใต้ก่อนดี จะเที่ยวเมืองล่ะหลายวันหน่อยหรือเมืองล่ะวันเดียวพอจะได้ไปได้หลายที่ สุดท้ายรักพี่เสียดายน้อง แต่ตัดเที่ยวตอนบนกะตะวันออกไปหมด เพราะเวลาไม่พอ กลายเป็น OHON (One-Hotel-One-Night) ทัวร์นกขมิ้นชัดๆ ข้อดีคือได้เที่ยวได้กิน Hightlight ของหลายๆเมือง ได้นอนหลายๆโรงแรมไม่จำเจ บางโรงแรมบางเมืองไม่ดีก็คืนวันเดียวจบไม่ต้องทนมาก ข้อเสียคือเสียเวลาขับรถเสียเวลาจัดกระเป๋าเปลี่ยนโรงแรม บางเมืองที่น่าเที่ยวเยอะใช้เวลา2วันก็จะดีกว่า ก็ได้ Road Trip ออกมาประมาณนี้ครับ Chitose-Sapporo-Otaru-LakeToya-Hakodate-Noboribetsu-Furano-Sounkyo-Asahikawa-Chitose 1,141กิโลเมตร

Hokkaido Road Trip

Hokkaido Road Trip

ขึ้นเครื่องวันที่ 2 เกือบๆเที่ยงคืน ไปถึงสนามบินก็รีบ เช็คอินโหลดกระเป๋า แล้วค่อยหาไรกินมื้อเย็นก่อนขึ้นเครื่อง

เช็คอิน ^^ (at Suvarnabhumi Airport (BKK) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)

เจ้าแสบ2คนนี้เวลาจะไปเที่ยวไหนก็มีความสุขมาก ถ่ายรูปกันก่อนเดินไปรอขึ้นเครื่อง

ยักษ์ ^^ (at Suvarnabhumi Airport (BKK) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)

ชักภาพสักหน่อย ^^ (at Thai Immigration: Passport Control – Zone 2)

จนได้ขึ้นเครื่องไม่นานก็หลับเพราะเที่ยงคืนแล้ว

อยู่บนเครื่องแบ้วว บ๊ายบายไทยแลนด์ ^^ (at Suvarnabhumi Airport (BKK) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)

เดินทาง 6-7ชั่วโมงก็ถึง สนามบิน New Chitose (นิวชิโตเสะ) แต่ล่ะคนสภาพอิดโรยมาก เหมือนคนนอนดึกแต่นอนไม่ค่อยหลับและต้องตื่นเช้า

ถึงแว้วว #หมดสภาพ 555 (at 新千歳空港 (New Chitose Airport) (CTS/RJCC))

พอไปถึงก็รอตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น นานพอดูเหมือนกัน คิวยาวมาก พอเสร็จก็รับกระเป๋าเข็นกันออกมาที่ประชาสัมพันธ์ส่วนรถเช่าเพื่อรอขึ้นบัสไปที่บริษัทที่อยู่นอกสนามบินอีกที ไม่ไกลมากไม่เกิน 10นาทีก็ถึงครับ ประชาสัมพันธ์คนญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษได้ดีครับ แต่เราก็ งงๆ เพราะรถบัสมีมาหลายคัน กลัวจะไม่ได้ขึ้น ขยับจะไปหลายรอบเค้าก็บอกให้เรานั่งเฉยๆ คนขับจะมาหาเราเองครับ เกี่ยวกับการเช่ารถโชคดีมากได้ อาร์ม @armei ช่วยให้ข้อมูลไว้หลายอย่าง น่าจะราคาถูกที่สุดแล้วในญี่ปุ่น เริ่มเช่าเช้า3ตค คืน เช้า12ตค 57,015เยน (18,922บาท) เช่า Nissan Cube ราคาของผมรวม English GPS ที่นั่งเด็กเล็กเด็กโตแล้วนะครับ ใครสนใจลองดูข้อมูลที่เว็บเค้าได้ครับ http://www.chaiyasit.com/

รอบัสไปที่บ.รถเช่า (at 新千歳空港 (New Chitose Airport) (CTS/RJCC))

ตอนรับรถที่บริษัทนิสสันรถเช่าเหมือนเค้าจะพูดภาษาอังกฤษได้ดี แต่พอเราพูดเค้าทำหน้าอาโนเนะมาก เราก็มึนๆนอนน้อยหิวด้วย ก็ส่งภาษาใบ้ภาษาอังกฤษเอาให้พอได้รู้ว่ารถมันมีอะไรให้ได้รถขับ ออกมา ก็ตรงไป outlet mall ที่ทัวร์ไทยชอบมาลงกัน แต่มาเพื่อหาอะไรกินก่อนหิวมาก ชื่อว่า outlet rera อยู่ใกล้ติดๆกะบริษัทรถเช่า ดูๆก็ไม่ค่อยมีคนเดินไม่ค่อยมีอะไรมาก ฮอกไกโดไม่เหมาะกับการช็อปปิ้งแบรนด์เนมจริงๆอ่ะครับ

เหนตู้กดน้ำเปนไม่ได้ ^^ (at 千歳アウトレットモール・レラ)

เจ้าภีมเจ้าภูมิ ชอบหยอดตู้กดน้ำกันตั้งแต่อยู่เมืองไทยแล้ว มาถึงญี่ปุ่นตู้กดน้ำเค้าเยอะมาก กดกันทั้งวัน – -” อากาศกำลังเย็นสบาย 17องศา เจ้าภูมิบอกว่า เหมือนติดแอร์ทุกทีเลยป๊า😀

ภูมิๆได้กินข้าวปั้นสมอยาก ดูดาร์ตูนญี่ปุ่นจนบอกว่าถ้ามาต้องกินข้าวปั้นให้ได้ ^^

ภูมิบอกมาตั้งแต่ก่อนมาแล้วว่าจะต้องหม่ำข้าวปั้นให้ได้ มื้อแรกก็ข้าวปั้นกันเลยทีเดียว

เมื่อสายแวะไปกินอูด้งวิญญาณหมูที่ฟู้ดเซนเตอร์ทีเอ้าเลทมา ^^

อาจจะเพราะยังเช้าอยู่มากประมาณ 10-11โมง คนเดินน้อย ในศูนย์อาหารก็มีโต๊ะครอบครัวผมอยู่โต๊ะเดียว บางร้านก็ยังไม่เปิดดี แต่หิวมาก มีอะไรก็กินล่ะครับ พูดตรงๆว่าถ้าแบบชามนี้มาขายที่เมืองไทยก็คงขายยาก คงไม่ถูกปากอย่างหนึ่ง ไม่มีหมูเนื้อเลยอีกอย่างนึง แต่ส่วนตัวผมกินง่ายอยู่แระ กำลังหิวด้วย ก็หมดครับ
กินกันเสร็จสรรพพอได้หายหิวก็ขับรถเข้าตัวเมืองซัปโปโรเพื่อเช็คอินเข้าโรงแรมนอนพักให้กันให้หายง่วงหายเพลียก่อนเลย ผู้ใหญ่ยังเพลีย เด็กๆยิ่งไม่ไหว ขับจากตรง outlet rera ก็ต้องขึ้นทางด่วนครับ ครั้งแรกเลย ทำใจกล้าๆเหมือนกัน หุหุ เสียง GPS พูดส่งเสียงเสียงติ๊งต่องๆ ยิ่งลุ้น คือ GPS ที่นี่มันจะรู้หมดเลยครับ ขนาดมีซ่อมถนนข้างหน้าจะบอกเตือนคนขับก่อนล่วงหน้าเป็น10กิโล เหมือน GPS เค้าอัพเดทตัวเองได้ว่ามีการซ่อมถนนอะไรตรงไหนใหม่ๆ ช่องทางด่วน เค้าจะมีแบบเป็นเจ้าหน้าที่กับแบบETC นะครับ คนไทยขับให้ง่ายก็เป็นแบบมีเจ้าหน้าที่ดีกว่า เจ้าหน้าที่ที่นี่บริการด้วยใจสุดๆครับ ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดของคุณเสียงดัง ส่งตั๋วให้เราด้วยสองมือตามสไตล์ญี่ปุ่น บางที่แต่ไม่เยอะไม่มีเจ้าหน้าที่ ให้บัตรก็รับบัตรอัตโนมัติเอาครับ ไม่ยาก ไม่ต้องกังวล

ถึงโรมแรมแบ้ววจ้าา ^^ (at ホテル クラビー サッポロ (Hotel Clubby Sapporo))

ไปถึงโรงแรมก็เกือบบ่ายโมง ลูกๆผมก็หลับกันมัน ภรรยาด้วย บางคนบอกว่าถ้าไปเที่ยวให้ได้เต็มๆวัน ออกไฟท์กลางคืนไปถึงเช้าแล้วจะได้เที่ยวเลย ผมว่ามันทรมานเหมือนกันนะ ถ้าไปถึงแล้วได้นอนตื่นมาค่อยเที่ยว น่าจะดีกว่า

ได้แระ Pocket Wifi ส่ง mail มาให้ที่โรงแรมตามที่requestเช่าไว้ ^^ (at ホテル クラビー サッポロ (Hotel Clubby Sapporo))

ถึงโรงแรมพนักงานโรงแรมก็ยื่นซองให้ผมเลยตอนเช็คอิน เป็น Pocket Wifi สำหรับใช้เน็ตของทริปนี้ ผมได้ทำการเช่าจาก http://japan-wireless.com/ น่าจะถูกที่สุดแระตั้งแต่เจอมา3-11ตค 9วัน 5,200เยน(1,709บาท) รวมค่าส่งไปกลับแล้ว จากสนามบินไปoutlet reraมาโรงแรม จำใจใช้package data roaming ของ dtac วันละ 350+vat เพราะไม่มีเน็ตกลัวใช้ GPS ในรถไม่ได้ แล้วจะหาโรงแรมไม่เจอ บอกได้เลยว่าpackage data roaming ของ dtacโหดมาก ให้ 25MB/วัน แค่นั้น! ถ้าเกินเสีย 12บาท/MB ผมลองใช้เปิดได้แค่ไม่ถึงชั่วโมง ล่อไป10กว่าMB แล้ว😦 ต้องรีบปิด cellular data เลย ใครพลาดค่าเน็ตบานตะเกียงเป็นแน่
พอนอนกันพอหายง่วงก็นานหลายชั่วโมงเหมือนกัน ก็หิวอีกสิครับ ตื่นมา..เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นในห้อง พนักงานบอกว่า ตรงที่เราจอดรถให้จอดแค่ชั่วคราวจอดนานให้ไปจอดอีกที่ ก็บอกไปว่ากำลังจะออกไปพอดี อายจุง..

ซัปโปโรเบียร์มิวเซียม ^^ (at サッポロビール博物館 (Sapporo Beer Museum))

ใครชอบดื่มเบียร์ถ้ามาซัปโปโรแล้วไม่ได้มา Sapporo Beer Museum จะถือว่าพลาดที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ ข้างในก็มีถังหมัก มีเครื่องกรองเบียร์ ที่เลิกใช้งานแล้ว มีโปสเตอร์เบียร์มาจัดแสดงให้ชม ด้านนอกเป็นอาคารอิฐแดงสวยงามมากครับ ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย

ดาวเหลือง (at サッポロビール博物館 (Sapporo Beer Museum))

ภาพครอบครัว ^^ (at サッポロビール博物館 (Sapporo Beer Museum))

อย่างอื่นผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ผมสนใจชิมเบียร์ ฮ่าๆๆ ที่นี่จัดให้เราสามารถชิมเบียร์กันได้สดๆจากเต้าเอ๊ยยจากก็อกมีให้ลองกัน 3แบบ ด้วยกัน

ชิมเบียร์😉

 

3แก้ว มีไรบ้าง ตามนี้ฮะ😉 (at サッポロビール博物館 (Sapporo Beer Museum))

Black Label – Classic -Kaitakushi-II แถมชีสมาให้เป็นกับแกล้มด้วย ชีสอร่อยมากเลยครับ 3 แก้วนี้ เราต้องหยอดเหรียญกดเอาคูปองจากตู้กดมีให้เลอกว่าจะเอาแบบไหนหรือเอา3แก้วเลย อย่าง Setนี้ 500เยน (167บาท) ถือว่าถูกมาก เหมือนเค้าอยากให้ลองชิมเบียร์ของเค้าจริงๆ

รสมันนุ่มลิ้น😉 (at サッポロビール博物館 (Sapporo Beer Museum))

อากาศหนาวๆได้ซดเบียร์สดๆเย็นๆตามคุณภาพของชาวญี่ปุ่นมันช่างสุขสุดๆจริงๆครับ

โลโก้แปลกๆ -“- (at サッポロビール博物館 (Sapporo Beer Museum))

กินเบียร์อยู่คนเดียว 3 แก้วก็ยังไม่จบ เราเดินกันไปต่อมื้อเย็นเสียงผบ.บ่นแล้วว่าหิวลูกก็หิว จากชิมเบียร์กลายเป็นต้องรีบๆซดๆ ฮ่าๆๆ ที่พลาดไปได้เล็งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนมาข้างๆเบียร์มิวเซียม ก็คือ เบียร์การ์เด้นครับ จิงๆ ก็ร้านเบียร์นิแหละ มาฮอกไกโด แกะย่างพลาดไม่ได้นะครับ และที่ Sapporo Beer Garden นิ มิตรสหายท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า ถ้ามีสวรรค์สำหรับคนกินเบียร์ ที่นี่ก็เปนหนึ่งในนั้น โอ้วว แต่จริงๆครับ เกิดมาไม่เคยกินเนื้อแกะที่ไหนไม่มีกลิ่นสาบเหมือนที่นี่เลย เคยไปนิวซีแลนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องแกะไปกินแกะที่นั่นก็ยังมีกลิ่น บริเวณเบียร์การ์เด้น ที่นี่มี3-4ร้านนะครับ แต่เครือเดียวกัน ลองหาข้อมูลดูครับ

ถ้ามีสวรรค์สำหรับคนกินเบียร์ ที่นี่ก็เปนหนึ่งในนั้น ~ มิตรสหายท่านหนึ่งกล่าวไว้ (at サッポロビール園 (Sapporo Beer Garden))

ก่อนหน้าชิมแต่เบียร์ lager มื้อนี้เลยสั่งเป็นเบียร์ดำมาลองชิมครับ แกล้มกะขาแกะย่างลงตัวมาก สวรรค์จริงๆตามคำล่ำลือ ทั้งอิ่มจุกทั้งหน้าตึงครับ ก่อนกินเค้าให้ถอดเสื้อกันหนาวใส่ถุงพลาสติกเค้าเตรียมมาแขวนโต๊ เพราะ ควันเยอะมาก กินเสร็จอิ่มอยากจะรีบออกไปเร็วๆเลย ตอนเข้ามากินยังช่วงเย็นคนน้อยไม่เหม็นมากตอนออกไปเต็มร้าน ควันโขมง แต่พนักงานก็ยังบริการกันขยันขันแข็งทีเดียว เสร็จศึกก็ไปเดินย่อย เดินเล่น ที่ ario เป็น shopping mall ใกล้ๆกัน

ถูกกว่าเมืองไทยแฮ่ะ ^^ (at Starbucks Coffee 札幌アリオ店)

 

^___^ (at アリオ札幌)

กลับโรงแรมนอนครับ ทั้งเพลียอิ่มอร่อยสนุก จบทริปวันแรกครับ

 

 

 

Entry filed under: Uncategorized. Tags: .

0009: แกะกล่อง Kindle Paperwhite 0011 : [Day 2] Hokkaido Road Trip [4 Oct 2013] [Sapporo-Otaru]

1 Comment Add your own

  • 1. Wanna Sakjumpa  |  Thu 31/10/13 at 12:05

    ขอบคุณมากค่ะ มีประโยชน์มาก เอาไว้ตามรอย อิอิ

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed



%d bloggers like this: